ที่ตั้ง
ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา
ประวัติความเป็นมา
วัดสีหยังเป็นพุทธสถานของชุมชนสมัยประวัติศาสตร์รัฐโบราณที่มีร่องรอยว่าเป็นชุมชนคูน้ำคันดินในสมัยนั้น ต่อมาได้กลายเป็นวัดสำคัญในสมัยอยุธยา เดิมวัดสีหยังล้อมรอบด้วยคูเมืองทั้งสี่ด้าน แต่สภาพปัจจุบันคงเหลือร่องรอยคูเมืองไว้เพียงบางส่วน มีคูเมืองด้านทิศใต้และด้านทิศตะวันออกที่อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
คูเมืองด้านทิศเหนือ มีร่องรอยคูเมืองกว้างประมาณ ๓๐ เมตร และมีวัชพืชน้ำขึ้นปกคลุมอยู่ทั่วไป
คูเมืองด้านทิศตะวันออกอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีวัชพืชขึ้นปกคลุมบ้างเล็กน้อย ขนาดคูเมืองกว้างประมาณ๓๐ เมตร ยาว ๓๕๐ เมตร แต่ไม่ปรากฏคันดินชัดเจน
คูเมืองด้านทิศใต้อยู่ติดด้านหลังอาคารโรงเรียนวัดสีหยังขนาดคูเมืองกว้างประมาณ ๓๐ เมตรมีคันดินสูงประมาณ ๒-๓ เมตร และคงเหลือคูเมืองด้านทิศนี้อยู่ประมาณ ๔๐ เมตรปัจจุบันมีการก่อสร้างอาคารศูนย์จำหน่ายสินค้าชุมชนเทศบาลตำบลบ่อตรุ
คูเมืองด้านทิศตะวันตกปัจจุบันมีทางหลวงสาย ๔๐๘ สงขลา-ระโนด ตัดผ่านไปตามแนวเหนือ-ใต้ จึงทำให้แนวคูเมืองบางส่วนถูกตัดออกและส่วนที่เหลือถูกถมปรับในบางส่วน
บริเวณด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมุมคูเมือง ปรากฏสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้างประมาณ ๔๐ เมตร ยาว ๖๐ เมตร
สิ่งสำคัญ
ปรากฏชื่อวัดสีหยังในแผนที่ภาพและกัลปนาวัดว่า “วัดสีกุหยัง”ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาในพ.ศ. ๒๓๒๐ โบราณสถานภายในวัดสีหยังนั้น ปรากฏโบราณสถานตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังพบโบราณสถานที่อยู่ในสมัยรัตนโกสินทร์อีกด้วย
๑. ซากฐานเจดีย์มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีเสาติดผนังมีบันไดทางขึ้นอยู่ทางด้านหน้าเพียงด้านเดียว เป็นหลักฐานรูปแบบสถาปัตยกรรมของชุมชนสมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ของภาคใต้ที่หลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีร่องรอยการก่ออิฐถือปูน ปูนที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นปูนที่ผสมปะการังฐานเจดีย์มีขนาดกว้าง๗.๖๓ เมตร ยาว ๗.๗๖ เมตร ฐานสูงประมาณ ๑.๘๖ เมตร มีบันไดทางขึ้นด้านทิศเหนือ อิฐที่ใช้ก่อ มีขนาดกว้าง ๑๖ เซนติเมตร ยาว ๓๒เซนติเมตร หนา ๖ เซนติเมตร นอกจากนี้ บริเวณฐานเจดีย์ยังสำรวจพบเศษภาชนะดินเผาแบบเนื้อดิน ภาชนะเคลือบและกระปุกเคลือบด้านขนาดเล็กด้วย
๒. อุโบสถเก่า ก่ออิฐถือปูน ตั้งอยู่บนฐานปัทม์ที่สูง มีประตูทางเข้าด้านหน้าเพียงด้านเดียว เจาะช่องหน้าต่างด้านละ ๒ ช่อง บริเวณเหนือหน้าต่างมีลายปูนปั้นเป็นวงโค้ง บริเวณหน้าบันเป็นรูปลายก้านขดสี่วง รูปรามสูรขว้างขวาน และเมขลาล่อแก้ว มีใบเสมาคู่บนฐานก่ออิฐสูงล้อมรอบอุโบสถ
๓. ศาลาไม้หรือวิหารโถงไม้ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของฐานเจดีย์ หลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ยอดหลังคาประดับด้วยรูปครุฑและพญานาคด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้ นับได้ว่าเป็นวัดที่แสดงรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นผสมผสานกับรูปแบบศิลปกรรมที่เป็นแบบนิยม ในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เป็นอย่างดี
การกำหนดอายุสมัย
พุทธศตวรรษที่๑๖ - พุทธศตวรรษที่ ๒๕
การประกาศขึ้นทะเบียน
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถานวัดสีหยัง ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๐๒ ตอนที่ ๑๘๐ วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๒๘ หน้า ๑๒๗ พื้นที่โบราณสถานประมาณ ๒ งาน ๘๕ ตารางวา
ประกาศขอบเขตโบราณสถานวัดสีหยังเพิ่มเติม ในราชกิจจานุเบกษาเล่ม ๑๔๔ ตอนพิเศษ ๘๑ ง วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๐ หน้า ๖ พื้นที่โบราณสถาน ก. ประมาณ ๒ งาน ๘๕ ตารางวาพื้นที่โบราณสถาน ข. ประมาณ ๑ ไร่ ๕๑ ตารางวาพื้นที่โบราณสถานรวมประมาณ ๑ ไร่ ๓ งาน ๓๖ ตารางวา
ประวัติการอนุรักษ์
รายละเอียดของการอนุรักษ์โบราณสถาน
พ.ศ. ๒๕๒๘ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน (วัดสีหยัง)
พ.ศ. ๒๕๕๑ กรมศิลปากรดำเนินการบูรณะอุโบสถ ตามโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา